Report on Migrant Workers Access to Justice
คู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
Prev
Next

News »

[4 พ.ย. 2014 | ]

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557[1] ที่ผ่านมา กรมประชาสัมพันธ์ได้รายงานผลการประชุมหารือระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด สุราษฎร์ธานี กับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวใน พื้นที่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าให้มีความเข้มงวดยิ่งขึ้น อันสืบเนื่องมาจากคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกิดในพื้นที่เกาะเต่าเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2557 ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าจะควบคุมแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า มิให้ออกมามั่วสุมกับนักท่องเที่ยวหลังเวลา 22.00 มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มีข้อห่วงใยต่อการกำหนดและใช้มาตรการดังกล่าว ดังนี้

1. อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆของประเทศ ที่อาจเกิดขึ้นจากบุคคลและด้วยสาเหตุต่างๆกัน มิได้เกิดจากแรงงานข้ามชาติเท่านั้น แต่เกิดจากบางคนเช่นคนไม่ดี ซึ่งมีอยู่ทุกสังคม ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ และทุกๆที่  การใช้มาตรการทางนโยบาย กฎหมายและการปฏิบัติที่ห้ามหรือจำกัดสิทธิโดยใช้กฎอัยการศึก โดยเลือกใช้เฉพาะกับแรงงานข้ามชาติ เช่นการห้ามออกนอกเคหสถานหลัง 22.00 น. แสดงให้เห็นถึงทัศนคติผิดๆของเจ้าหน้าที่ว่า แรงงานข้ามชาติโดยทั่วไปมีแนวโน้มที่จะเป็นอาชญากร เป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติที่ไม่เป็นธรรมต่อแรงงานข้ามชาติ ซึ่งนอกจากเป็นการขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญแล้ว ยังขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบอีกด้วย การเลือกปฏิบัติดังกล่าว ในที่สุดอาจก่อให้เกิดความไม่สงบในสังคมและอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ประเทศเพื่อบ้านด้วย

2. การที่ทางราชการจะใช้มาตรการจำกัดสิทธิเฉพาะต่อแรงงานข้ามชาติโดยอ้างกรณีการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษสองรายที่เกิดขึ้นที่เกาะเต่าในเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ทางราชการเชื่อว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติ เป็นผู้กระทำผิดจริง หรือชี้นำให้สังคมมีความเชื่อเช่นนั้น ทั้งๆที่การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีดังกล่าวถูกโต้แย้งจากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้เสียหาย ผู้ต้องหา นานาชาติ และสังคมมากมาย… Read More